เมนูตำแตง

ตำแตง เป็นเมนูง่ายๆ ทำได้ไม่ยาก เครื่องปรุงไม่เยอะ มีแค่ แตง พริก น้ำปลา น้ำปลาร้า มะเขือเทศ ก็ใช้ทำได้แล้ว More »

ตำถั่วอีสาน

ตำถั่ว เองก็ทำได้ง่ายๆ ทำเหมือนตำแตง แค่เปลี่ยนจากแตงเป็นถั่วเท่านั้นเอง แต่ในเรื่องรสชาติแล้วจะแตกต่างกันมากพอควร เครื่องปรุงไม่เยอะ มีแค่ ถั่ว พริก น้ำปลา น้ำปลาร้า มะเขือเทศ ก็ใช้ทำได้แล้ว More »

ลาบวัว

ลาบวัว เป็นอาหารพื้นบ้านของอีสานที่ทำได้ง่าย และเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วทุกภาคของไทย รับรองจะแซ่บหลายจนติดใจ More »

 

แกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง

“มาเด้อมากินแกงหน่อไม้ ใส่ใบย่านาง”

วันนี้มาแนะนำเมนูร้อนอีกเมนูของอาหารอีสาน นั่นคือแกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง หน่อไม้ที่ใช้จะเป็นหน่อไม้สด จะอร่อย ไม่ว่าจะเป็นหน่อไม่จากไผ่ตง ไม้ไผ่บง ไม้ไผ่บ้าน คัดเอามาแต่หน่อสวยๆ เอามาแกงใส่ใบย่านองตามด้วยผักอีตู่(ใบแมงลัก) แซ่บหลาย กินเยอะระวังออกร้อนน่ะ

เป็นเมนูยอดนิยมสำหรับครัวอาหารอีสานเลยก็ว่าได้ พอๆกับแกงขี้เหล็ก แต่อันนี้หาง่ายกว่า ทำได้ไม่ยากตามสไตล์แกงอีสาน

วัตถุดิบทำแกงหน่อไม้เด้อ

1. หน่อไม้สดเอาแบบไม่ขมจะทำง่ายกว่าครับ สัก 1-2 ถ้วยตวง

2. ปลาแห้ง เอามาย่างไฟให้สุก แกะเป็นชิ้นๆ พอดีคำ 1-2 ตัว(พอกะเทิน)

3. ใบชะอมหรือใบผักขา 1 กำมือ

4. ใบแมงลักหรือผักอีตู่บ้านเฮา 1 หยุมเล็กๆ(ประมาณ 1 หยิบมือน่ะแหละ)

5. น้ำคั้นใบย่านาง 2-3 ถ้วยตวง (ตามตลาดนัดมีขาย หากไม่สะดวกไปหามาคั้นเอง)

6. น้ำปลาแดก(น้ำปลาร้า) 3-4 ช้อนโต๊ะ

7. น้ำปลา

8. พริกสด 5-6 เม็ด

9. ข้าวเบือ หรือข้าวเหนียวแช่น้ำ (เข้าใจว่าต้องการใช้แป้งจากข้าวเหนียวเพื่อให้น้ำออกหนืดๆหน่อย ) 2-3 ช้อนโต๊ะ

10.   ตะไคร้หั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ

11. หัวหอมแดง 1-2 หัว

 

วิธีทำแกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง

1. เตรียมหน่อไม้ โดยเอามาฝานบางๆ ต้มน้ำเดือด 1-2 เพื่อไม่ให้ขมมาก เอายางออกด้วย หากหน่อไม้หวานอยู่แล้ว ต้มน้ำเดียวพอ

2.   สำหรับผักคือชะอมและ ใบแมงลัก ให้เด็ดยอดและใบไว้ ล้างน้ำให้สะอาด

3. ตำพริก ตะไคร้ หัวหอมแดง ข้าวเบือ เข้าด้วยกัน

4. นำน้ำคั้นจากใบย่านางมาต้มให้เดือด ใส่ หน่อไม้ที่เราฝานไว้ลงไป คนๆไปสักครู่ นำพริกแกงใส่ลงไป คนๆ

5. ใส่น้ำปลาร้า และตามด้วยน้ำปลา ระวังตอนเติมน้ำปลาเค็มน่ะ ค่อยๆเติมลองชิมดูก่อน

ชิมดูรสชาติให้อร่อยตามชอบใจ จากนั้นใส่ใบแมงลักและใบชะอม คนๆไปซักครู่จากนั้นยก ลงพร้อมแซ่บ

6. ขอประทานอภัยครับ T T เขียนไปเขียนมา ลืมใส่ปลาแห้ง ให้ใส่ไปในตอนหลังจากใส่พริกแกงลงไปก็ได้

แกงเขียวหวานไก่ไก่

แกงเขียวหวานไก่ เป็นเมนูอาหารที่คนทำได้ง่ายๆ ไม่ยาก และหากินได้ง่ายมาก เจอได้ตามเมนูของร้านอาหารข้าวราดแกง และมีข้อดีคือนอกจากจะกินกับข้าวสวย หรือข้าวเหนียวก็ได้แล้ว ยังนิยมนำไปทำเป็นน้ำยาขนมจีนได้อีกต่างหาก ในส่วนของเนื้อก็สามารถใช้ได้หลากหลาย เช่นอาจจะเป็นวัตถุดิบจากชิ้นส่วนไก่ เป็นหมู เนื้อ ปลา ก็ได้ หรือเพิ่มลูกชิ้นเข้าไปยิ่งอร่อย

เครื่องปรุงแกงเขียวหวานไก่

1. น้ำพริกแกงเขียวหวาน ประมาณ 2-3 ช้อนชา

2. เนื้อไก่หั่นชิ้นพอดีคำ 1 ขีด

3. ลูกชิ้นปลากลาย 1 ขีด(แอบใส่เยอะเพราะชอบลูกชิ้น 55)

4. เลือดไก่ 1 ก้อน หั้นแบบลูกเต๋ายาวๆ (ไม่ค่อยแนะนำให้ใส่เพราะไม่ค่อยสะอาด กระบวนการผลิตไม่ดี)

5. มะเขือเปราะ 500 กรัม

6. มะเขือพวง 1-2 พวง ก็พอ(พอดีไม่ชอบกิน แต่ใส่ให้ได้รสชาติน้ำแกง)

7. พริกขี้หนู 2-3 เม็ก หั่นเป็น 2 ท่อน(ไม่ต้องตำ

8. กะทิสด ประมาณ 1 กิโล หรือประมาณ 1 กล่องก็ได้

9. ใบโหระพา หยุมนึ่ง เอ้ย 10 ใบพอ

10. น้ำปลา

11. น้ำตาลปี๊ป 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำแกงเขียวหวานไก่

1. นำมะเขือเปราะ มาผ่าครึ่งแช่ในน้ำ เนื่องจากปกติมะเขือถ้ากินสดๆจะคัดปาก น่าจะเกิดจากยางมะเขือ เลยให้เอามาผ่าแช่น้ำก่อน

2. คั่ว(ผัด)กะทิกับพริกแกงเข้าด้วยกัน โดยใช้กะทิสัก 1/3 ของที่เตรียมไว้ คั่วไปเรื่อยๆจนเริ่มหอม กะทิแตกมัน

3. ใส่ไก่ลงไปคั่วจนสุก ใส่มะเขือลงไปคนไปเรื่อยๆ จนมะเขือเริ่มสุก ใส่กะทิส่วนที่เหลือ คนๆ

4. ปรุงรสตามใจชอบด้วยน้ำปลา น้ำตาล ตามด้วยผักต่างๆที่เราเตรียมไว้ คนๆไปจนผักเราสุกหมด

5. เกือบลืมใส่ลูกชิ้น เอาเป็นว่าให้ใส่ไปพร้อมกับไก่น่ะแหละ ส่วนเลือดใส่พร้อมกันเลยก็ได้

6. ตัดใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ

เมนูแกงเขียวหวานไก่ สามารถนำมาเป็นเมนูอาหารไทยจานเดียว หรือข้าวราดแกง หรือแม้กระทั่งใส่เป็นน้ำยาขนมจีนแทนน้ำยาขนมจีนแบบป่า

แกงอ่อมเนื้อใส่มะเขือ

วิธีการทำแกงอ่อมเนื้อใส่มะเขือก็ง่ายๆไม่ต่างจากแกงอ่อมเนื้อใส่ผักชีลาว แต่จะรสชาติต่างกันหน่อยเพราะผัก เช่นมะเขือ และการแกงอาจนานหน่อยเพราะมะเขือสุกยาก
เป็นอาหารที่ลูกอีสาน บ้านเฮาได้กินแล้วคิดถึงบ้านทุกทีเลย คิดถึงฝีมือแม่ 55
เครื่องปรุงแกงอ่อมเนื้อใส่มะเขือ
1. เนื้อวัวหรือเนื้อหมู 1 ขีด
2. กระเทียม 2-3 กลีบ
3. หัวหอม  2-3 หัว
4. มะเขือ 5-6 ลูก หรือ บวบ 1-2 ฝัก หรือปริมาณตามต้องการสำหรับคนที่ชอบผัก
5. พริก 3-4 เม็ด
6. น้ำปลาร้า อันนี้ขาดไม่ได้
7. น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
8. ผงชูรส
วิธีทำแกงอ่อมเนื้อใส่มะเขือ
1. หั่นเนื้อวัว หรือเนื้อหมูเป็นชิ้นพอดีคำ
2. เตรียมเครื่องแกง โดยนำกะเทียม พริก และหัวหอมมาโขลกเข้าด้วยกัน บ้านเราเรียกตำ ใครชอบรสจัดจ้านก็ใส่พริกเพิ่มไปหน่อย
3. นำมาเขือเทศมาผ่าครึ่งและแบ่งเป็นชิ้นๆ พอดีคำ ซึ่งทำให้สุกเร็วขึ้นด้วย เพราะปกติแล้วมะเขือสุกยากมาก ต้องตั้งไฟนาน หรือถ้าใครใช้บวมแทน ก็หั่นเป็นชิ้นเหมือนมะเขือ แต่ที่แนะนำคือให้ใช้มะเขือ รสชาติจะกลมกล่อม แซ่บนัวส์กว่า
4. ตั้งไฟ ต้มน้ำเดือด อย่าใส่น้ำเยอะ ใส่ไปสัก 1 ถ้วยแกงเล็กๆ พอเมื่อเดือดก็ใส่เครื่องแกงลงไปเคี่ยว ตามเนื้อหมู เนื้อวัว ซึ่งขั้นตอนนี้จะได้กลิ่นหอมๆของเครื่องแกง
5.สังเกตว่าเนื้อเริ่มสุกหรือยัง ถ้าเนื้อสุกแล้ว ใส่ผักลงไป ตามด้วย น้ำปลาร้า
6. คนๆไปสักครู่รอดูว่ามะเขือหรือบวมสุกหรือยัง สังเกตสีเนื้อมะเขือจากสีขาวจะเริ่มใส เติมผงชูรสนิดหน่อย และก่อนจะเติมน้ำปลาให้ชิมรสชาติก่อน เพราะเราเติมน้ำปลาร้าไปแล้ว น้ำปลาร้ารสชาติจะออกเค็ม หากเราเติมน้ำปลาไปเยอะ เค็มแน่นอน ต้องล้างไตเลยทีเดียว ซึ่งเราอาจไม่ต้องเติมน้ำปลาเลยก็ได้ แต่ตามสูตรผมแล้ว ชอบเติมน้ำปลาไปเล็กน้อย เพื่อความกลมกล่อม
7. รสชาติโอเคแล้ว และผักสุกหมดแล้วก็ตักใส่ถ้วย เตรียมแซ่บได้เลย

อาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน(diabetes)

อาหารสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน จำเป็นมากสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงจำเป็นต้องทราบว่าอาหารอะไรบ้างที่ควรทาน อาหารอะไรบ้างสำหรับคนเป็นเบาหวานที่ควรหลีกเลี่ยง ก่อนที่เราจะรู้ว่าควรทานหรือหลีกเลี่ยงอะไรเราควรทราบก่อนว่าโรคเบาหวานคืออะไร

โรคเบาหวาน(diabetes) คืออะไร
ขออธิบายสั้นๆ ง่ายๆให้คนทั่วไปที่ไม่ได้เรียนมาทางสายวิทศาสตร์โดยตรงเข้าใจ คือคนที่เป็นโรคเบาหวาน เกิดจากร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลในอาหารที่เรากินได้ หรือก็คือร่างกายเราผลิตฮอร์โมนอินซูลินที่ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลทราย น้ำเชื่อม มาเป็นน้ำตาลกลูโคส ที่ร่างกายเราดูดซึมไปใช้ได้
ซึ่งมีผลทำให้
- พอย่อยน้ำตาลไม่ได้หรือย่อยได้น้อย น้ำตาลก็สะสมในเลือด  ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง
- ทำให้ร่างกายขาดน้ำตาล ไม่ใช่กินน้ำตาลไม่พอ แต่หมายถึงกินไปแล้วร่างกายเอาไปใช้ไม่ได้
- ร่างกายขับน้ำตาลส่วนเกินไม่ได้ ทำให้เลือดหนืด ข้น ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี
- ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนมากมาย
เบาหวาน แบ่งเป็น 2 ชนิด
โรคเบาหวานชนิดที่ 1
ตับอ่อนสร้างอินซูลินได้น้อยมาก หรือไม่ได้เลย ทำให้ต้องฉีดอินซูลิน เพื่อคุมระดับน้ำตาลในเลือด โรคเบาหวานชนิดนี้อันตรายมากๆ
โรคเบาหวานชนิดที่ 2
อันนี้เป็นกันเยอะ มีมาจากหลายสาเหตุ ยังระบุแน่ชัดไม่ได้ ที่แน่ชัดคือกรรมพันธ์ และอาจจะเนื่องด้วยอายุที่มากขึ้นยิ่งเสี่ยงมากขึ้น และอาจจะเกี่ยวข้องกับการใช้ยาที่ไปทำลายเซลล์ที่สร้างตับอ่อน  โรคเบาหวานแบบนี้เราสามารถใช้การควบคุมอาหารร่วม รักษาหรือลดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้

อาการผู้เป็นโรคเบาหวาน
-   ปวดปัสสาวะบ่อย ครั้งขึ้น มีมดมาตอม เนื่องจากร่างกายขับน้ำตาลที่ย่อยไม่ได้ออกมา
-   ปัสสาวะกลางคืนบ่อยขึ้น (อาจเป็นอาการของโรคไตด้วย)
-    กระหายน้ำ และดื่มน้ำในปริมาณมากๆต่อครั้ง
-    สายตาพร่ามองไม่ชัดเจน
-   อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง เนื่องจากร่างกายขาดน้ำตาล(กลูโคส)ที่เอาไปสร้างพลังงาน
-   เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
-  เป็นแผลแล้วหายยาก มีอาการติดเชื้อ เป็นหนอง
- สำหรับ โรคเบาหวานแบบที่ 2 อาการอาจไม่เด่นชัด หรือไม่มีอาการเลย ต้องไปตรวจถึงทราบ

อาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน
การควบคุมอาหารสำคัญมากสำหรับ โรคเบาหวานแบบที่ 2  เนื่องจากเราสามารถลดความรุนแรงของโรคลงได้ หรือลดภาวะการเกิดโรคแทรกซ้อน ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พวกโปรตีน วิตามิน ผัก ผลไม้(ที่ไม่มีรสหวาน)
ห้ามหรือลดการทานอาหารเหล่านี้
1. น้ำเชื่อม
2. น้ำผึ้ง
3. ของหวานทุกชนิด
4. กาแฟสด กาแฟเย็น ชาเขียว โกโก้ปั่น และเครื่องจำพวกนี้ เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้น้ำเชื่อมและน้ำตาลเป็นส่วนผสม ที่ดีที่สุดคือน้ำเปล่า
5. งดน้ำอัดลมด้วยน่ะ
6. ข้าวเหนียวควรงดเด็ดขาด หันไปกินข้าวจ้าวหรือข้าวกล้องแทน เนื่องจากผลการวิจัยพบว่าคนที่กินข้าวเหนียวมีปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนที่กินข้าวเหนียว
7. ขนมและขนมปังควรงดเพราะส่วนใหญ่ทำจากแป้ง
8. อาหารที่ทำจากแป้งเช่น ก๋ยวเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ขนมจีน  มาม่า
9. งด เผือก มัน ข้าวโพด
10. ผลไม้ที่มีรสหวาน