อาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน(diabetes)

อาหารสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน จำเป็นมากสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงจำเป็นต้องทราบว่าอาหารอะไรบ้างที่ควรทาน อาหารอะไรบ้างสำหรับคนเป็นเบาหวานที่ควรหลีกเลี่ยง ก่อนที่เราจะรู้ว่าควรทานหรือหลีกเลี่ยงอะไรเราควรทราบก่อนว่าโรคเบาหวานคืออะไร

โรคเบาหวาน(diabetes) คืออะไร
ขออธิบายสั้นๆ ง่ายๆให้คนทั่วไปที่ไม่ได้เรียนมาทางสายวิทศาสตร์โดยตรงเข้าใจ คือคนที่เป็นโรคเบาหวาน เกิดจากร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลในอาหารที่เรากินได้ หรือก็คือร่างกายเราผลิตฮอร์โมนอินซูลินที่ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลทราย น้ำเชื่อม มาเป็นน้ำตาลกลูโคส ที่ร่างกายเราดูดซึมไปใช้ได้
ซึ่งมีผลทำให้
– พอย่อยน้ำตาลไม่ได้หรือย่อยได้น้อย น้ำตาลก็สะสมในเลือด  ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง
– ทำให้ร่างกายขาดน้ำตาล ไม่ใช่กินน้ำตาลไม่พอ แต่หมายถึงกินไปแล้วร่างกายเอาไปใช้ไม่ได้
– ร่างกายขับน้ำตาลส่วนเกินไม่ได้ ทำให้เลือดหนืด ข้น ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี
– ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนมากมาย
เบาหวาน แบ่งเป็น 2 ชนิด
โรคเบาหวานชนิดที่ 1
ตับอ่อนสร้างอินซูลินได้น้อยมาก หรือไม่ได้เลย ทำให้ต้องฉีดอินซูลิน เพื่อคุมระดับน้ำตาลในเลือด โรคเบาหวานชนิดนี้อันตรายมากๆ
โรคเบาหวานชนิดที่ 2
อันนี้เป็นกันเยอะ มีมาจากหลายสาเหตุ ยังระบุแน่ชัดไม่ได้ ที่แน่ชัดคือกรรมพันธ์ และอาจจะเนื่องด้วยอายุที่มากขึ้นยิ่งเสี่ยงมากขึ้น และอาจจะเกี่ยวข้องกับการใช้ยาที่ไปทำลายเซลล์ที่สร้างตับอ่อน  โรคเบาหวานแบบนี้เราสามารถใช้การควบคุมอาหารร่วม รักษาหรือลดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้

อาการผู้เป็นโรคเบาหวาน
–   ปวดปัสสาวะบ่อย ครั้งขึ้น มีมดมาตอม เนื่องจากร่างกายขับน้ำตาลที่ย่อยไม่ได้ออกมา
–   ปัสสาวะกลางคืนบ่อยขึ้น (อาจเป็นอาการของโรคไตด้วย)
–    กระหายน้ำ และดื่มน้ำในปริมาณมากๆต่อครั้ง
–    สายตาพร่ามองไม่ชัดเจน
–   อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง เนื่องจากร่างกายขาดน้ำตาล(กลูโคส)ที่เอาไปสร้างพลังงาน
–   เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
–  เป็นแผลแล้วหายยาก มีอาการติดเชื้อ เป็นหนอง
– สำหรับ โรคเบาหวานแบบที่ 2 อาการอาจไม่เด่นชัด หรือไม่มีอาการเลย ต้องไปตรวจถึงทราบ

อาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน
การควบคุมอาหารสำคัญมากสำหรับ โรคเบาหวานแบบที่ 2  เนื่องจากเราสามารถลดความรุนแรงของโรคลงได้ หรือลดภาวะการเกิดโรคแทรกซ้อน ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พวกโปรตีน วิตามิน ผัก ผลไม้(ที่ไม่มีรสหวาน)
ห้ามหรือลดการทานอาหารเหล่านี้
1. น้ำเชื่อม
2. น้ำผึ้ง
3. ของหวานทุกชนิด
4. กาแฟสด กาแฟเย็น ชาเขียว โกโก้ปั่น และเครื่องจำพวกนี้ เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้น้ำเชื่อมและน้ำตาลเป็นส่วนผสม ที่ดีที่สุดคือน้ำเปล่า
5. งดน้ำอัดลมด้วยน่ะ
6. ข้าวเหนียวควรงดเด็ดขาด หันไปกินข้าวจ้าวหรือข้าวกล้องแทน เนื่องจากผลการวิจัยพบว่าคนที่กินข้าวเหนียวมีปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนที่กินข้าวเหนียว
7. ขนมและขนมปังควรงดเพราะส่วนใหญ่ทำจากแป้ง
8. อาหารที่ทำจากแป้งเช่น ก๋ยวเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ขนมจีน  มาม่า
9. งด เผือก มัน ข้าวโพด
10. ผลไม้ที่มีรสหวาน

อาหารอีสานพื้นบ้าน

อาหารอีสาน

อาหารอีสานเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย เมนูอาหารอีสานส่วนใหญ่จึงมีแต่เมนูอาหารอย่างง่ายๆ   มักจะรับประทานได้ทุกอย่าง  ใช้วิตถุดิบ พืช ผัก สมุนไพร เนื้อสัตว์ ที่หาได้ง่าย เช่น บางบ้าน ปลูกผักสวน ครัวเช่น ผัก ตำลึง  บวบ  ถั่วฝักยาว มะละกอ ดอกแค บักอึ อ่านเพิ่มเติม “อาหารอีสานพื้นบ้าน”

อาหารที่มีประโยชน์สำหรับหญิงมีครรภ์ควรเป็นอย่างไร

อาหารที่มีประโยชน์สำหรับหญิงมีครรภ์ควรเป็นอย่างไร

อาหารสำหรับว่าที่คุณแม่ ที่จะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ความเข้าใจและรู้จักอาหารการกินอย่างถูกต้องเหมาะสมและจำเป็นอย่างยิ่งหากอาหารที่คุณแม่รับประทานมีสารอาหารที่มีประโยชน์ไม่เพียงพอก็อาจจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ ดังนั้นคุณแม่มือใหม่จึงควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์

 

การตั้งครรภ์นับว่าเป็นงานหนักอย่างหนึ่ง และภรรยาของคุณจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เพื่อบำรุงร่างกายให้ แข็งแรงอยู่เสมอ อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานอย่างเพียงพอและช่วย เสริมสร้างความพร้อมของร่างกายสำหรับการคลอด โดยอาหารในแต่ละวันสำหรับหญิงมีครรภ์ควรประกอบด้วย

  • ผักและผลไม้สด – โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลไม้จำพวกมะนาวหรือส้มและผักใบเขียว
  •  คาร์โบไฮเดรต – แหล่งอาหารที่อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรตคือ ขนมปัง ข้าว มันฝรั่งและธัญพืช
  • ผลิตภัณฑ์นม – โยเกิร์ตและชีส
  •  เนื้อไม่ติดมันหรือปลา – โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาทูน่า ปลาทู ปลาอินทรี หรือปลากระพง

 

การรับประทานปลามีประโยชน์อย่างไร
การรับประทานปลาสัปดาห์ละครั้ง มีประโยชน์ต่อภรรยาและลูกน้อยของคุณมากทีเดียว ผลการวิจัยชี้ว่าการรับประทานปลาช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนดได้ รวมถึงน้ำมันปลา เช่น ปลาทูน่า ปลาทู ก็ยังมีประโยชน์ต่อพัฒนาการในการมองเห็นของลูกน้อยอีกด้วย แต่ควรระมัดระวังอย่าให้ภรรยาของคุณรับประทานปลาที่มีไขมันสูงเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากปลาเหล่านี้อาจมีระดับของสารปรอทตกค้างสูง

 

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

 

หากร่างกายขาดน้ำอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดศีรษะและเกิดความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะและไตได้ ดังนั้น คุณต้องแน่ใจว่าภรรยาของคุณดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้เจือจางเพียงพอตลอดทั้ง วัน

 

การรับประทานมังสวิรัติหรือกินเจในขณะที่ตั้งครรภ์จะเป็นอันตรายหรือไม่

 

ภรรยาของคุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างรวดเร็วจน เกินไป การรับประทานมังสวิรัติหรือกินเจโดยได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่จะช่วยให้ร่างกายของคุณแม่และลูกน้อยได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่าง กายอย่างเพียงพอ แต่ถ้าหากอาหารที่คุณแม่รับประทานดูไม่ค่อยจะมีประโยชน์มากเท่าไรนัก ก็อาจจำเป็นต้องให้คุณแม่ทานวิตามินเสริมเช่น วิตามินบี 12 และวิตามินดี เพิ่ม เป็นต้น

 

อาหารที่ภรรยาของคุณควรหลีกเลี่ยงได้แก่

 

 

  • ตับบดหรือเนื้อบด เนื่องจากอาจไม่สะอาดพอ
  • นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
  • สัตว์น้ำที่มีเปลือก เช่น กุ้ง
  • ถั่วลิสง
  • ไข่ที่ปรุงไม่สุก
  • ตับและผลิตภัณฑ์จากตับ
  • ชีสที่ทำจากนมซึ่งไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ( Blue-veined cheeses) เช่น brie, camembert, goat’s cheese และ สติลตันชีส

ความสำคัญของกรดโฟลิค

 

กรดโฟลิคมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะเยื่อหุ้มไขสันหลังปิดไม่สนิทที่เรียกว่า  Spina Bifida  และภาวะทารกในครรภ์ไม่มีกะโหลกศีรษะ  (Anencephaly)ได้  โดยคุณพ่ออาจเสริมกรดโฟลิคให้แก่ภรรยาของคุณด้วยการให้ รับประทานอาหารบางอย่าง แต่ในทางปฏิบัติแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับกรดโฟลิคอย่างเพียงพอจากการรับประทานอาหารเพียง อย่างเดียว ดังนั้น แพทย์จึงแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หรือหญิงที่ต้องการจะมีลูกรับประทานกรดโฟลิค 400 ไมโครกรัมต่อวัน ไปจนถึงสัปดาห์ที่ 12 ของการตั้งครรภ์ หากภรรยาของคุณต้องการที่จะรับประทานกรดโฟลิคต่อไปหลังจากนั้น ควรปรึกษาสูติแพทย์หรือพยาบาลผดุงครรภ์ว่าควรรับประทานวันละเท่าไหร่จึงจะ เหมาะสม

 

อาหารที่อุดมไปด้วยกรดโฟลิค

 

 

  • ผักใบเขียว
  • ธัญพืชไม่ขัดขาว
  • ส้ม
  • เกรปฟรุต
  • กล้วย
  • ถั่วชนิดต่างๆ
  • นมและโยเกิร์ต
  • ยีสต์และมอลต์สกัด

ได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ

 

คนส่วนใหญ่ได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ      5 หมู่ แต่สำหรับหญิงตั้งครรภ์นั้นต้องการธาตุเหล็กมากกว่าคนทั่วไป จึงทำให้หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักขาดธาตุเหล็ก แต่ก็มีอาหารบางอย่างที่สามารถช่วยให้ภรรยาของคุณได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียง พอ

 

อาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก

 

  • ไข่ ผลไม้อบแห้ง
  • เนื้อสัตว์
  • ผักใบเขียวเช่น ผักบุ้งจีน มะเขือพวง ผักขม
  • ถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วอัลมอนด์ ถั่วเหลือง
  • ข้าวกล้องและธัญพืช
  • ผลไม้อบแห้ง

การเตรียมอาหารให้กับภรรยา

 

การดูแลเอาใจใส่ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ด้วยการทำอาหารให้เธอทานเป็นการ แสดงออกที่น่ารัก แต่ ก็ มีข้อควรระวังที่สำคัญ 2-3 ข้อที่ควรทราบไว้ ดังนี้
หากคุณปรุงอาหารประเภทเนื้อ ควรปรุงให้สุกทั่วทั้งหมด และต้องล้างผักและผลไม้ให้สะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อท็อกโซพลาสมาซึ่ง เป็นสาเหตุของโรคสมองอักเสบชนิดหนึ่ง ( Toxoplasmosis)

 

กาแฟเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

 

ข่าวดีสำหรับภรรยาของคุณก็คือไม่จำเป็นต้องเลิกดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟ อีน แต่ก็ไม่ควรดื่มกาแฟเกิน 4 แก้วต่อวัน ดังที่ระบุไว้ในผลการศึกษาวิจัย  นอกจากนี้ ภรรยาของคุณอาจไม่ทราบว่าเครื่องดื่มโคล่าก็มีคาเฟอีนผสมอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นคุณควรบอกให้เธอทราบเพื่อจะได้เปลี่ยนไปดื่มโคล่าแบบที่ไม่มีคา เฟอีนแทน เพื่อร่างกายจะได้ไม่รับคาเฟอีนมากเกินไป

แล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

 

เราทุกคนต่างทราบกันดีว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็น อันตรายต่อทารกในครรภ์ แล้วหากจะดื่มไวน์สักแก้วจะเป็นอันตรายหรือไม่ ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่บ่งบอกแน่ชัดว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน ปริมาณน้อยถึงปานกลาง (ซึ่งน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน) จะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ ในขณะที่แพทย์ยังไม่สามารถระบุความเสี่ยงได้ ควรให้ภรรยาของคุณหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดระหว่างตั้ง ครรภ์ไว้จะเป็นการดีที่สุด ซึ่งอันที่จริงแล้วภรรยาของคุณก็อาจไม่รู้สึกอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เท่าไรนัก ช่วงที่เธอกำลังมีอาการแพ้ท้องอยู่

อันตรายของการสูบบุหรี่

 

คุณอาจไม่รู้สึกแปลกใจที่ทราบว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ โดยควันบุหรี่จะลดปริมาณออกซิเจนที่ร่างกายได้รับซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญ เติบโตของทารกในครรภ์และยังทำให้ทารกเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายอีกด้วย นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในครรภ์เมื่อครบกำหนดคลอด หรือการคลอดก่อนกำหนดอีกด้วย และเมื่อคลอดออกมาแล้ว ลูกน้อยของคุณก็ยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการไหลตายได้ ดังนั้น หากภรรยาของคุณยังไม่เลิกสูบบุหรี่ คุณพ่อควรช่วยให้เธอเลิกบุหรี่ให้ได้

 

การรับประทานอาหารระหว่างตั้งครรภ์

 

เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ลูกน้อยของคุณต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เพื่อการเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ และเพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ภรรยาของคุณจำเป็นต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทั้งนี้ เป็นเรื่องปกติที่ภรรยาของคุณจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในขณะที่ตั้งครรภ์ หากภรรยากังวลเรื่องน้ำหนักตัว คุณควรแนะนำให้เธอปรึกษากับแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ ก่อนเริ่มวางแผนลดน้ำหนักใดๆ

 

ที่มาของข้อมูล : http://www.dumex.co.th

ประเภทและที่มาของอาหารอีสาน

วันนี้ไปอ่านเจอบทความของชมรมอีสานมหาวิทยาลัยนเรศวร เกี่ยวกับที่มาและการจัดแบ่งประเภทอาหารอีสาน ซึ่งน่าสนใจมาก น่าจะเป็นผลงานของนักศึกษา เลยเอามาให้อ่านกันครับอาหารอีสาน

อาหารอีสาน
หากจะกล่าวถึงอาหารการกินของคนอีสาน หลายคนคงรู้จักคุ้นเคยและได้ลิ้มชิมรส กันมาบ้างแล้ว ชาวอีสานมีวถีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายเช่นเดียวกับการที่รับประทานอาหารอย่างง่ายๆ มักจะรับประทานได้ทุกอย่าง เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของภาคอีสาน ชาวอีสานจึงรู้จักแสวงหาสิ่งต่างๆที่สามารถรับประทานได้ในท้องถิ่น มาดัดแปลงเป็นอาหารรับประทาน อาหารอีสานเป็นอาหารที่มีความแตกต่างจากอาหารของภาคอื่นๆ และเข้ากับวิถีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายของชาวอีสาน อาหารของชาวอีสานในแต่ละมื้อจะเป็นอาหารง่ายๆเพียง 2-3 จาน ซึ่งทุกมื้อจะต้องมีผักเป็นส่วนประกอบหลักพวกเนื้อส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อปลาหรือเนื้อวัวเนื้อควาย
ความพึงพอใจในรสชาติอาหารของชาวอีสานนั้นไม่มีตายตัวแล้วแต่ความชอบของบุคคล แต่อาหารพื้นบ้านอีสานส่วนใหญ่แล้วจะออกรสชาติไปทางเผ็ด เค็ม และเปรี้ยว
เครื่องปรุงอาหารอีสานที่สำคัญและแทบขาดไม่ได้เลย คือ ปลาร้า ซึ่งที่เกิดจากภูมิปัญญาด้านการถนอมอาหารของบรรพบุรุษของชาวอีสาน ถ้าจะกล่าวว่าชาวอีสานทุกครัวเรือนต้องมีปลาร้าไว้ประจำครัวก็คงไม่ผิดนัก ปลาร้าใช้เป็นส่วนประกอบหลักของอาหารได้ทุกประเภท เหมือนกับที่ชาวไทยภาคกลางใช้น้ำปลา

ลักษณะการปรุงอาหารพื้นเมืองอีสาน
ลาบ เป็นอาหารประเภทยำที่มีเนื้อมาสับละเอียดหรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆบางๆปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า พริก ข้าวคั่ว ต้นหอม ผักชี รับประทานกับผักพื้นเมือง นิยมใช้กับเนื้อปลาหมูวัวควายและไก่
ก้อย เป็นอาหารประเภทยำที่จะนำเนื้อย่างมาหั่นเป็นชิ้นๆผสมกับผักพื้นเมืองนิยมใช้กับเนื้อปลาหมูวัวควายและไก่ ทานกับผักสดนานาชนิด
ส่า เป็นอาหารประเภทยำ ที่นำหนังหมู เนื้อหมูย่างสับมาผสมกับหัวปลี วุ้นเส้น
แซ หรือ แซ่ เป็นอาหารประเภทยำที่นำเนื้อสดๆมาปรุงนิยมใช้กับเนื้อวัวและหมู คล้ายๆลาบแต่มักใส่เลือดสดๆด้วย กินกับผักสดตามชอบ คนโบราณนิยมกินเพราะเชื่อว่าเป็นยาชูกำลัง ปัจจุบันได้รับความนิยมเฉพาะในชนบทที่ห่างไกล
อ่อม เป็นอาหารประเภทแกงแต่มีน้ำน้อยมีผัก พื้นเมืองหลายชนิดนิยมใช้กับเนื้อ ไก่และปลาหรือเนื้อกบเนื้อเขียดหรือเนื้อสัตว์อื่นๆแต่เน้นที่ปริมาณผัก
อ๋อ ลักษณะคล้ายอ่อมแต่ไม่ใส่ผัก(ใส่เพียงต้นหอม ใบมะกรูด ตะไคร้ ใบแมงลัก) นิยมใช้ปลาตัวเล็ก กุ้ง หรือไข่มดแดงปรุง ใส่น้ำพอให้อาหารสุก
หมก เป็นอาหารประเภทหนึ่งที่ใช้ใบตองห่อนิยม ใช้กับเนื้อปลา ไก่ แมลง กบ เขียด ผักและหน่อไม้ หมกหรือห่อหมกของภาคอีสานจะไม่ใส่กะทิ
อู๋ คล้ายหมกแต่ไม่ใช้ใบตอง นิยมใช้กับเนื้อปลาโดยเฉพาะปลาตัวเล็กๆ กับพวกลูกอ๊อดกบ
หม่ำ คือ ไส้กรอกเนื้อวัวผสมตับ ตะไคร้และเครื่องเทศอื่นๆ
หม่ำขึ้ปลา มีลักษณะคล้ายปลาร้าชนิดหนึ่งรสชาติค่อนข้างเปรี้ยว หมักกับข้าวเหนียว
แจ่ว คือ น้ำพริกของชาวอีสานนิยมใส่ปลาร้าสับหรือน้ำปลาร้า บางครั้งใส่มะกอกพื้นบ้านก็เป็นแจ่วมะกอก รับประทานกับผักสด ลวก หรือนึ่ง เป็นอาหารที่นิยมรับประทานกันทุกบ้านในภาคอีสาน เพราะมีขั้นตอนการทำที่ไม่ยุ่งยาก
ตำซั่ว เป็นอาหารประเภทส้มตำชนิดหนึ่ง แต่ใส่ส่วนประกอบมากกว่า คือ ใส่ขนมจีน ผักดอง ผัก(เหมือนที่ใส่ขนมจีน) และมะเขือลาย หรือผักอื่นๆตามต้องการลงไปในตำมะละกอด้วย ผักอื่นๆตามต้องการลงไปในตำมะละกอด้วย