ซุปหมู(น้ำซุปหมู)

น้ำต้มหมู
น้ำซุปหมูหรือน้ำต้มหมู

ซุปหมู(น้ำซุปหมู)

เป็นน้ำซุบหมูที่ได้จากการลวกหมูสำหรับทำลาบ โดยเราเอาน้ำมาทำน้ำซุปหมูแบบง่าย กินพร้อมกับลาบหมู เอาไว้ยกซด

วัตถุดิบและเครื่องปรุง

น้ำลวกหมู(จากการทำลาบ) 1 หม้อเล็ก

หนังหมูหั่นชิ้น ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ หรือตามที่เราต้องการ

ตับหมูหั่นชิ้น ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ หรือตามที่เราต้องการ

ต้นหอม 1-2 ต้น หั่นท่อนเล็ก

ผักชีหอม(หรือผักชีไทย) 1 ต้น หั่นท่อนเล็ก

น้ำมะนาว

น้ำปลา

ผงชูรส


วิธีการทำ

1. เอาน้ำลวกหมูจากการทำลาบหมูมาตั้งไฟต่อ รอจนเดือด ใส่หนังหมู ตับลงไปรอให้สุก

2. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา ผงชูรส(ใส่เล็กน้อย) ปรุงได้ตามใจชอบ จากนั้นใส่ผักลงไป

3. รับประทานพร้อมลาบหมู เมนูง่ายๆ แต่รสแซบหลาย

ลาบหมู

ลาบหมูไม่ใส่หนัง
ลาบหมูอีสาน(ไม่ใส่หนัง ไม่ใส่ตับ)

ลาบเป็นอาหารที่นิยมมากของคนอีสาน และกลายเป็นที่นิยมทั่วทุกภาคของไทย จะเห็นได้จากไปที่ไหนจะเห็นร้านลาบเต็มไปหมด ซึ่งลาบหมูมีเคล็ดลับที่สำคัญคือ เนื้อหมูต้องสด ใหม่ ไม่ใช้เนื้อหมูค้างคืน ทำเสร็จแล้วต้องรับประทานทันที ตอนลวกหมูอย่าใส่เนื้อหมูสุกมาก เพราะจะไม่เข้ากับเครื่องปรุง

วัตถุดิบและเครื่องปรุง

เนื้อหมูแดง(สด) 200-300 กรัม(2-3ขีด)  ที่สำคัญต้องเป็นเนื้อสด ไม่ควรเอาเนื้อหมูค้างคืนมาทำลาบหมู

หนังหมูหั่นเป็นเส้น 1/10 ส่วนของเนื้อหมู  หรือใส่ไปนิดหน่อยไม่ต้องเยอะ(ไม่ใส่ก็ได้)

ตับหมู 1/10 ส่วนของเนื้อหมู  หรือใส่ไปนิดหน่อยไม่ต้องเยอะ(ไม่ใส่ก็ได้)

ต้นหอม ประมาณ 1 กำ(ปกติตามตลาดขายเป็นกำๆละ 5 บาท)หั่น เป็นท่อนเล็ก

ผักชีหอม(หรือผักชีไทย) 2-3 ต้น หั่นท่อนเล็ก

พริกป่น

ข้าวคั่วป่น

น้ำปลา

น้ำมะนาว

ผงชูรส


วิธีการทำลาบหมู

1.  สับหมูให้ละเอียด หนังหมูและตับหั่นเป็นชิ้น ขยำเนื้อ หนังและตับให้เข้ากัน บีบมะนาวใส่เล็กน้อย

ตั้งไฟรอให้น้ำเดือด แล้วนำเนื้อหมูลงไปลวกให้สุก การลวกให้ทำให้เนื้อหมูเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาวพอ อย่าให้สุกมาก ไม่งั้นเวลามาทำลาบหมูมันจะไม่ดูดซึมเครื่องปรุง เสร็จแล้วให้เอาเนื้อหมูสุกออก น้ำอย่าทิ้ง เอาไว้ทำน้ำซุบซด แซบๆ

2.  นำเนื้อหมูที่สุกแล้ว มาปรุงโดยใส่พริกป่น 1-2 ช้อนโต๊ะ ใครชอบรสจัดก็ใส่ 2-3 ช้อนโต๊ะ ใส่ข้าวคั่ว 1-2 ช้อนโต๊ะ

ใส่น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ บีบน้ำมะนาวประมาณ 1/2 ลูก(น้ำปลาและน้ำมะนาวใส่เพิ่มทีหลังได้) ใส่ผงชูรสเล็กน้อย คนให้เข้ากัน

3. ใส่ผักชีหอม ต้นหอมที่เราเตรียมไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติ และปรุงรสโดยน้ำปลา น้ำมะนาวได้ตามใจชอบดูว่าตัวเองชอบแบบไหน เราก็จะได้ลาบหมูอร่อยๆ รับประทานพร้อมข้าวเหนียว และผักต่างๆเช่นผักกาด ถั่วฝักยาว

4. น้ำที่เราลวกหมูเอาไปทำน้ำซุบ แซบๆไว้ซดต่อได้ (หาดูวิธีการทำในนี้แหละ)

ซุบหน่อไม้ส้ม

วัตถุดิบและเครื่องปรุง

หน่อไม้ดองหรือหน่อไม้ส้ม

ปลาย่าง อาจจะเป็นปลาดุกย่างก็ได้

พริก(เอาไปเสียบไฟย่าง5-10 เม็ด

น้ำมะนาว

ข้าวคั่ว

งาคั่ว(ถ้ามี)

พริกป่น

น้ำปลา

ต้นหอม
ผักชี
หอมแดง
ใบสาระแหน่

วิธีทำ

1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่หน่อไม้ดองลงไป ต้มทิ้งไว้สัก 10 นาที เสร็จแล้วนำไปสะเด็ดน้ำ  หั่นผักที่เตรียมไว้

2. แกะเนื้อปลาย่างเอาเฉพาะเนื้อ(บางคนอาจเปลี่ยนเป็นนำปลาไปต้มแทนการย่าง)

3. ตำพริกที่ย่างแล้ว และใส่เนื้อปลาย่างตามลงไป ตามด้วยน้ำปลาร้า

4. จากนั้นใส่หน่อไม้ดอง ผักต่างๆที่เราได้เตรียม ใส่ข้าวคั่ว พริกป่น(อย่าเยอะ เดี๋ยวเผ็ด) งาคั่ว(ถ้ามี) ตำส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วปรุงรสตามใจชอบด้วยน้ำปลา มะนาว สังเกตดูดีวิธีการเหมือนส้มตำ+ลาบเลย

แกงส้มสายบัว

วัตถุดิบและเครื่องปรุง
1. สายบัว
2. ปลาทู (ใช้เนื้อปลาชนิดอื่นแทนได้)
3. พริกแกง
4. น้ำปลาร้า
5.ใบแมงลักหรือผักอีตู่
6. น้ำมะขามเปียก
7. น้ำปลา หรือเกลือ
8. ผงชูรส (ไม่ใส่ก็ได้)

วิธีการทำ
1. ล้างสายบัว ลอกปลอกเปลือกออก หักเป็นท่อน ๆ ยาวประมาณ 5-6 เซนตริเมตร(ประมาณนิ้วชี้เรา)
2. แกะปลาทูเอาเฉพาะเนื้อ ไม่เอาก้างเดี๋ยวติดคอ บางคนใช้ปลาแห้ง ปลาย่าง เช่น ปลาช่อนแห้ง หรือปลาสลิดแห้งแกงส้ม แทนปลาทูก็ได้เหมือนกัน
3. ต้มให้เดือด ใส่สายบัวลงไป แล้วรินน้ำออกให้หมด เพื่อล้างน้ำที่อยู่ในสายบัว ใส่น้ำใหม่แล้วรอให้เดือด ใส่สายบัวลงไปใหม่ แล้ว ใส่พริกแกง น้ำปลาร้า น้ำมะขามเปียกลงไป ตามด้วยเนื้อปลาทู หรือปลาแห้ง หรือปลาย่าง ลงไป
4. ปรุงรสตามใจชอบด้วย เมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้ว ใส่ใบแมงลักหรือผักอีตู่ลงไป เป็นอันเสร็จการทำแกงส้มสายบัวสูตรอีสาน